September 30th, 2007
ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นมีนมชนิดใหม่ ซึ่งถือเป็นเครื่องดื่มระดับซูเปอร์-พรีเมี่ยม ออกมาสู่ตลาดเรียบร้อยแล้ว โดยจุดขายของนมชนิดนี้ก็คือ เมื่อดื่มแล้ว มันจะออกฤทธิ์สลายความเครียดได้เป็นอย่างดี ฟังดูสรรพคุณแล้วก็เข้าท่าอยู่ แต่ดูราคาเสียก่อนแล้วจะหนาว เพราะมันขายที่ 5 พันเยน หรือราว 1,500 บาท ต่อหนึ่งขวด (ความจุ 900 มิลลิลิตร) ซึ่งนับว่า แพงกว่านมที่วางขายทั่วไปถึง 30 เท่า

ทำไมถึงแพงระยับขนาดนี้น่ะเหรอ? ทาง Nakazawa Foods บริษัทผู้ผลิตบอกว่า น้ำนมที่นำมาผลิตนี้ รีดมาเพียงอาทิตย์ละครั้ง จากวัวที่ได้รับการพักผ่อนหย่อนใจเต็มที่ โดยการรีดน้ำนมจะทำในช่วงเช้าตรู่ ซึ่งเป็นช่วงที่นมวัวมีฮอร์โมน ที่ช่วยในการปลดปล่อยความเครียด ที่ชื่อ เมลาโทนิน (Melatonin) มากที่สุด โดยทางผู้ผลิตอ้างว่า น้ำนมที่ได้ในช่วงนี้ จะมีเมลาโทนินมากกว่านมทั่วไป สามถึงสี่เท่าเลยทีเดียว
อ่านเพิ่มเติม
1. Japanese can now buy stress-relief milk
September 30th, 2007
ไอเดียได้เต็มสิบ ส่วนความพยายาม.. เอาไปเลยเต็มร้อย เพราะเล่นมาแปะกันตอนตี 3 จนถึงเช้า
ดูเพิ่มเติม
1. Calvin & Hobbes Post-It Note Mural
2. Comics: Calvin & Hobbes
September 29th, 2007
มันก็ดูเป็นลูกโป่งธรรมดาๆนั่นแหละ ตอนที่หนูน้อย อลิซ เมนส์ (Alice Maines) วัย 4 ขวบ ปล่อยออกจากมือเล็กๆของเธอไป เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา และมันก็ดูเป็นลูกโป่งธรรมดาๆเช่นกัน ในสายตาของหนุ่มวัย 26 อย่างนายซี หยูเฟย (Xie Yufei ขออภัยด้วยนะครับ ถ้าสะกดผิด) เมื่อตอนที่เขาพบลูกโป่งแฟบๆใบหนึ่ง ตกอยู่กับพื้นในสวนสาธารณะ ที่เขากำลังบาสเกตบอลอยู่กับเพื่อนๆ

ความน่าทึ่งของลูกโป่งที่ดูธรรมดาๆนี้อยู่ที่ หนูอลิซปล่อยลูกโป่งจากโรงเรียนของเธอ ในเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ แล้วนายซีพบลูกโป่งใบเดียวกันนั้นที่ เมืองกวางโจว (Guangzhou) ประเทศจีน ซึ่งนับระยะทางแล้วก็ห่างกันร่วม 6 พันไมล์เลยทีเดียว

เมื่อนายซีรู้ว่าลูกโป่งนี้ลอยข้ามฟ้ามาจากไหน เขาก็จัดการเขียนจดหมายไปถึงโรงเรียนของหนูอลิซทันที- - “ผมเก็บลูกโป่งใบนี้ได้ ขณะเล่นอยู่กับเพื่อนๆ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ผมอยู่ที่ประเทศจีนครับ ผมคิดว่าลูกโป่งใบนี้ เดินทางมาไกลทีเดียว.. รูปทางซ้ายนี้คือผมเองครับ ผมดีใจมากจริงๆ ที่เก็บมันได้”

สงสัยไหมว่า ทำไมนายซีถึงรู้ว่าลูกโป่งนี้ลอยมาจากไหน? เรื่องของเรื่องก็คือ หนูอลิซไปร่วมงานฉลองปิดเทอมหน้าร้อน ของโรงเรียนอนุบาลฟลิกซ์ตัน แล้วเธอก็ได้ซื้อลูกโป่งใบหนึ่ง ในราคา 1 ปอนด์ เพื่อนำไปปล่อยร่วมกับเด็กคนอื่นๆ โดยลูกโป่งแต่ละใบ จะมีหมายเลขติดอยู่ พร้อมกับข้อความที่บอกว่า หากใครเก็บลูกโป่งนี้ได้ จะได้รับรางวัลเป็นตั๋วเข้าชมสวนสัตว์ เมื่อนายซีเก็บลูกโป่งหมายเลข 90 ของหนูอลิซได้ เขาก็เลยเขียนจดหมายดังกล่าว
แต่ด้วยความที่ลูกโป่งไปตกไกลเกินคาด (ลูกโป่งกว่าร้อยใบที่ปล่อยในวันนั้น ถูกพบไกลสุดที่เมืองลิเวอร์พูล) นายซีก็เลยไม่ได้รับตั๋วเข้าชมสวนสัตว์ หากแต่ได้รับ จดหมายกับรูปวาดมากมาย จากบรรดาเด็กนักเรียน ของโรงเรียนอนุบาลฟลิกซ์ตัน เป็นการตอบแทน
อ่านเพิ่มเติม
1. I just let go of my balloon.. and found a friend in China
September 28th, 2007
ทุกๆวัน เพนกวิน สายพันธุ์แอฟริกัน (African Penguin) กว่า 80 ตัว จะต้องเดินข้ามถนน จากฝั่งชายหาด ไปยังบริเวณที่เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ Coastal ประเทศอังกฤษ เตรียมอาหารเอาไว้ให้ แต่ด้วยความที่มีจำนวนมาก พวกมันก็เลยดูระเกะระกะเต็มถนนไปหมด ทางเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ก็เลยเกิดไอเดีย ทางม้าลายสำหรับเพนกวินนี้ขึ้นมา ซึ่งก็ได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี จากทางสภาเมืองทอร์คีย์

คุณโทนี่ เดอกิ้น เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ระดับอาวุโส บอกว่า “พวกเราที่นี่เชื่อว่า นี่คือทางม้าลายสำหรับให้เพนกวินข้ามแห่งแรกของโลกเลยล่ะครับ”

ตอนนี้พวกเพนกวินกำลังเรียนรู้ว่า ไอ้เส้นขาวดำนี้คือเส้นทางที่พวกมันควรจะเดิน ส่วนนักท่องเที่ยวก็สามารถรู้ได้ว่า พวกเขาจะเจอเพนกวินข้ามถนนได้ที่ตรงไหน
ข้อมูลเพิ่มเติม
1. The world’s first zebra crossing for penguins
2. African Penguin
3. Torquay’s Coastal Zoo, Living Coasts
September 28th, 2007
คุณคงเคยได้ยินมาว่าภาวะโลกร้อนนั้น ทำให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลาย และผลที่ตามมาก็คือ น้ำท่วมตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน มีอีกมากมายหลายด้าน โดยทางเว็บ americanprogress.org ได้รวบรวมเอาได้ไว้ถึง 100 ข้อเลยทีเดียว
ขอยกตัวอย่างมาเล่าสั้นๆ ตรงนี้บางข้อ เช่น เมื่ออุณหภูมิของโลกสูงขึ้น องุ่นที่ใช้ทำไวน์จะผลิตน้ำตาลเร็วขึ้น ซึ่งเมื่อเราเก็บเกี่ยว หรือหมักในกระบวนการเดิม รสชาติของไวน์ก็จะแย่ลง นอกจากนี้ภาวะโลกร้อน ยังเป็นตัวการทำให้สัตว์หลายชนิดล้มตาย (โดยเฉพาะพวกที่อาศัยอยู่แถบขั้วโลก) แต่มีอยู่ชนิดหนึ่ง ที่เขา บอกให้เราเตรียมตัว Say Hello หรือกล่าวทักทายมันเอาไว้ได้เลย เพราะมันจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นมาก สัตว์ที่ว่านั้นก็ได้แก่.. ยุง!
ดูผลกระทบอื่นๆทั้ง 100 ข้อได้จากลิ้งค์ข้างล่างนี้ครับ
อ่านเพิ่มเติม
1. The Top 100 Effects of Global Warming
September 27th, 2007
ตั้งชื่อเรื่องได้อุาทว์สิ้นดี เฮ้อ..อ ช่างมันเถอะนะครับ เพราะสิ่งสำคัญอยู่ที่ลีลา และความสามารถของ DJ Sara (8 ขวบ) กับ DJ Ryusei (5 ขวบ) ที่คุณกำลังจะได้ชมนี้ต่างหาก
ดูเพิ่มเติม
1. youtube: sarascratch
September 27th, 2007
นี่เป็นไอเดียในการถ่ายภาพของที่ระลึกที่น่าทึ่งมากทีเดียว ถ้าใครจะเอาไปใช้บ้าง ผมว่าคุณ Michael Hughes คงภูมิใจไม่น้อย

ดูเพิ่มเติม
1. ภาพเซต souvenirs แบบเต็มๆ
2. ประวัติ Michael Hughes
หมายเหตุ โพสต์ครั้งแรกเมื่อ 4 เมษายน 2550
September 27th, 2007
ต้องรีบบอกก่อนว่า นี่ไม่ใช่กิจกรรมของพวกโรคจิตนะครับ (เอ๊ะ..แต่คิดดีๆแล้ว มันก็มีเค้า) ต้นตอไอเดียโชว์กางเกงลิงนี้ เกิดจากความซนปนหวังดีของนาย ชาร์ลี ท้อดด์ ซึ่งมีอาชีพเป็นนักแสดงตลก อยู่ในมหานครนิวยอร์ก และเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม Improv Everywhere ขึ้นมา โดยกลุ่มของเขานี้ จะช่วยกันระดมสมอง เพื่อคิดหากิจกรรมสนุกๆ ที่จะทำให้ผู้คนในเมืองใหญ่แห่งนี้ฉีกยิ้มออกมาได้ และการ ‘ใส่กางเกงลิงตัวเดียว’ ขึ้นรถไฟใต้ดิน หรือชื่อทางการ ในภาษาอังกฤษว่า No Pants Subway Ride นี้ ก็เป็นผลผลิตจาก ความคิดแผลงๆ ของนายชาร์ลีเขาแหละ
ผมชอบข้อความหนึ่ง ที่อยู่ไว้ในเว็บไซต์ของเขา มันประมาณว่า “..ที่ผมทำเรื่องนี้ เพราะหวังว่าคนที่นั่งในรถไฟ จะกลับไปเล่าให้คนที่บ้านฟังด้วยรอยยิ้มว่า- - วันนี้ฉันเจอคนนุ่งแต่กางเกงในบนซับเวย์มาล่ะ”
No Pants Subway Ride ครั้งล่าสุดนี้ มีขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ปกติเขาจะจัดกันปีละหนึ่งครั้ง โดยในปีนี้เป็นปีที่ 6 แล้ว ส่วนใครจะริเริ่มทำเป็นครั้งแรกใน กทม. ก็บอกกันมั่งนะ ผมจะตามไปดู..

นัดรวมตัวกันก่อน

โยกย้ายส่ายสะโพกก่อนขึ้นรถไฟ

รถไฟที่นิวยอร์กแคบกว่าบ้านเราแฮะ

น่ารักดี

รอยยิ้มอย่างนี้แหละที่พวกเขาต้องการ
หมายเหตุ โพสต์ครั้งแรกเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2550
September 27th, 2007
ถ้าใครได้อ่าน OOM ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก คงได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับแคมเปญ Free Hugs กันไปบ้างแล้ว.. มันเริ่มต้นมาจากนายเจสัน ฮันเตอร์ ซึ่งเสียแม่ไปเมื่อปี 2001 และด้วยความที่แม่ของเขา เป็นคนที่เอาใจใส่ทุกคนรอบข้าง นายเจสันจึงเกิดแรงบันดาลใจ ที่จะสร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับผู้คน เขาจึงเดินถือป้าย “Free Hugs” ไปตามถนนในเมืองซิดนีย์ และบัดนี้มันได้กระจาย ไปสู่เมืองต่างๆ ทั่วโลก แม้แต่ในประเทศไทยก็มีมาแล้ววันนี้ ฉันเข้า youtube เพื่อค้นหาวีดีโอ Free Hugs จากทั่วโลกมาดู ดูไปก็นั่งซาบซึ้งน้ำตาไหลไป อยากให้ทุกคนในโลกรักกันๆ ไม่ฆ่าฟันกัน เลิกวางระเบิด เลิกยิง เลิกสงครามเสียที..
ดูเพิ่มเติม
1. Free Hugs
2. Free Hugs ใน อัมสเตอร์ดัม
3. Free Hugs ใน เกาหลี
หมายเหตุ โพสต์ครั้งแรกเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2550 โดย nathta
September 27th, 2007

การ์ตูนการเมือง ( Political Cartoon ) หรือ การ์ตูนบทบรรณาธิการ ( Editorial Cartoon ) คือภาพวาดลายเส้นพร้อมรายละเอียดเชิงตลกล้อเลียน มีจุดมุ่งหมายเพื่อการล้อเลียน เน้นเรื่องราวมากกว่ารูปแบบของสิ่งที่วาด จุดประสงค์เพื่อความสนุกสนาน ย่อหน้าข้างต้นนี้ ผมตัดตอนมาจาก สนเทศน่ารู้ :การ์ตูนการเมือง ของ สำนักหอสมุดกลาง ม.รามคำแหง ถ้าสนใจเรื่องราวเต็มๆ รวมทั้งหัวข้อ ‘กำเนิดการ์ตูนล้อการเมือง’ และ ‘เส้นทางการ์ตูนการเมืองในประเทศไทย’ ก็คลิกไปอ่านได้เลยหลายคนไม่อยากติดตามเรื่องการเมือง เพราะมันทำให้ทั้งเครียดและหดหู่ แต่ยังไง ผมก็ว่าเราควรสนใจมันสักหน่อยนะ โดยคุณอาจจะเริ่มต้นจาก ‘การ์ตูนการเมือง’ ก่อนก็ได้ ลองคลิกตามลิ้งค์ข้างล่างนี่ดูนะครับ
การ์ตูนไทยรัฐ คุณคงรู้จัก ชัย ราชวัตร กันดีอยู่แล้ว รูปข้างบนนี้ก็ฝีมือเขาล่ะ, ผู้จัดกวน อันนี้ออกไปทาง โฟโต้ชอปการเมือง มากกว่าเป็นการ์ตูน แต่ที่แน่ๆคือมัน ขำและล้อเลียนได้เจ็บแสบดีทีเดียว, การ์ตูนการเมือง นสพ.ผู้จัดการ ผมชอบมุกของ บัญชา-คามิน มากๆเลย, Today’s Best Cartoons อันนี้เป็นการ์ตูนการเมืองฝรั่งครับ, George W. Bush Cartoons การ์ตูนล้อเลียนแดกดัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบัน ที่อยากแนะนำอีกแห่งก็คือ การ์ตูนของ นิตยสาร Slate
หมายเหตุ โพสต์ครั้งแรกเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2550