December 28th, 2007
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อน.. มันเป็นการต่อสู้เพื่อแย่งสิทธิ์จัดการประมูลผลงานศิลปะของศิลปินชื่อก้องระดับ พอล เซซานน์, ปิกัซโซ่ และ ฟาน โก๊ะ ซึ่งมีมูลค่ารวมถึง 11 ล้านปอนด์ระหว่าง ‘โซเธอร์บี้’ และ ‘คริสตี้’ สองบริษัทจัดการประมูลชื่อดัง
ทาคาชิ ฮาชิยามะ ประธานบริษัท Maspro Denkoh Corporation ผู้เป็นเจ้าของผลงานล้ำค่าดังกล่าว ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะมอบของสะสมของเขาให้บริษัทไหนไปจัดการ สุดท้ายแล้วเขาจึงบอกตัวแทนทั้งสองบริษัทไปว่า “พวกคุณต้องเป่ายิงฉุบกัน”
แม้จะเป็นคำขอที่พิลึก แต่เพื่อเงินค่าธรรมเนียมนับล้านปอนด์ทั้งสองบริษัทก็ตอบตกลง
รายงานข่าวของนิวยอร์ก ไทม์บอกว่า ทางโซเธอร์บี้คิดว่ามันเป็นเกมวัดดวง จึงไม่ได้มีการเตรียมตัวใดๆ ต่างจาก คานาเอะ อิชิบาชิ ประธานบริษัทคริสตี้ สาขาประเทศญี่ปุ่น เขาใช้เวลาในช่วงสุดสัปดาห์ไปกับการค้นหา จิตวิทยาในการเล่นเกมจากอินเตอร์เนต รวมทั้งขอคำปรึกษาจากเพื่อนๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็ได้แก่ นิโคลาส แม็คคลีน ที่ทำงานด้านการประมูลศิลปะสมัยใหม่อยู่ในอังกฤษ บังเอิญเหลือเกินที่ ฟลอร่าและอลิซ ลูกสาวฝาแฝดวัย 11 ขวบของนิโคลาสเป็นเซียนเป่ายิงฉุบ ซึ่งพวกเธอได้แนะนำว่าให้ทางคริสตี้เลือก ‘กรรไกร’
“ทุกคนคาดว่าคุณจะออกค้อน” อลิซบอกกับนิวยอร์ก ไทม์ ฟลอร่าเสริมว่า “คุณต้องเอากรรไกรไปตัดกระดาษซะ”
แล้ววันตัดสินก็มาถึง ตัวแทนจากทั้งสองบริษัทดังนั่งเผชิญหน้ากันอยู่ที่โต๊ะประชุมตัวยาวของ Maspro Denkoh Corporation โดยมีตัวแทนของเจ้าถิ่นสองรายอยู่เป็นพยาน เล่ากันว่าการเป่ายิงฉุบครั้งประวัติศาสตร์นี้ ใช้วิธีเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นลงในกระดาษแทนการเล่นด้วยมือแบบทั่วไป
และผลก็ออกมาว่า.. คริสตี้เลือกกรรไกรตามแผน ส่วนโซเธอร์บี้นั้นเลือก.. กระดาษ
โจนาธาน เรนเดล รองประธานบริษัทคริสตี้ ซึ่งบินตรงมาจากอเมริกา บรรยายบรรยากาศในขณะนั้นว่า “มันอธิบายยากเหลือเกินครับ”
ทางด้านคุณฮาชิยามะ กล่าวว่า “คนอื่นคงมองว่าเป็นเรื่องแปลก แต่ผมว่ามันเป็นวิธีตัดสินที่ยุติธรรมดีแล้ว”
แปลและเรียบเรียงจาก: How child’s play decided the fate of a Picasso และ The secret to winning at rock, paper, scissors
อ่านเพิ่มเติม
1. นักวิจัยแนะเคล็ดลับพิชิตเกมเป่ายิงฉุบ
Share This:
These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
October 13th, 2007
ในสารคดีรางวัลออสการ์ An Inconvenient Truth ที่ อัล กอร์ ออกมากระตุ้นเตือนผู้คนทั่วโลก เรื่องโลกร้อนนั้น เขาแนะนำตัวเองว่า “I am Al Gore, and I used to be the next president of the United States.” ตอนนี้เขาคงต้องแนะนำตัวเอง ยาวขึ้นกว่าเดิมอีกสักหนึ่งประโยค เพราะอดีตรองประธานาธิบดีสมัยบิล คลินตันผู้นี้ เพิ่งได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ร่วมกับ ‘คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของสหประชาชาติ’ ซึ่งมี นายราเชนทรา ปาจาอุรี ผู้อำนวยการสถาบันพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติแห่งอินเดีย เป็นประธาน

ขอแสดงความยินดีด้วยครับ ลิ้งค์ด้านล่างมีรายชื่อผู้ได้รับรางวัลโนเบล ประจำปี 2007 ทั้งหมดด้วย
อ่านเพิ่มเติม
1. ไม่พลิกโผ “กอร์-ไอพีซีซี” พาโลกร้อนรับโนเบลสันติภาพ (ผู้จัดการออนไลน์)
2. เทศกาล “โนเบล 2007″ (ผู้จัดการออนไลน์)
3. Profile: Al Gore และ Timeline: Al Gore
4. อากาศกำลังจะดีขึ้นที่สกอตแลนด์
Share This:
These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
October 13th, 2007
โดยส่วนตัวแล้ว รางวัลอิก โนเบล (Ig Nobel Prize) สะดุดหูครั้งแรกเมื่อตอนที่มีการมอบรางวัลสาขาสันติภาพ ให้แก่ ไดสุเกะ อิโนอุเอะ (Daisuke Inoue) ผู้ประดิษฐ์คาราโอเกะ ในคราวเดียวกันนั้นก็มีการมอบรางวัลให้แก่ ผู้ที่ค้นพบ ‘five-second rule’ หรือกฎที่บอกว่า อาหารที่ตกพื้นไม่ถึง 5 วินาทีนั้น เราสามารถหยิบขึ้นมากินได้โดยปลอดภัย ซึ่งนั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2004 แต่ที่จริงแล้ว รางวัลนี้มีการมอบกันมาตั้งแต่ปี 1991
รางวัลอิก โนเบล เกิดขึ้นโดย นิตยสารวิทยศาสตร์ Annals of Improbable Research (AIR) ซึ่งจะมอบให้กับงานวิจัยที่ ได้ยินที่แรกก็ขำ แต่หลังจากนั้นเราก็ต้องขบคิด (First make people laugh, and then make them think) โดยงานที่ได้รางวัลจะต้องมีการวิจัยเป็นเรื่องเป็นราว และได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ด้วย
อิก โนเบล เป็นการเล่นคำระหว่าง ‘Ignoble’ (ต่ำต้อย, น่าละอาย) กับ ‘Nobel’ ซึ่งเป็นนามสกุลของ อัลเฟรด โนเบล ผู้ก่อตั้งรางวัลโนเบลอันโด่งดัง
แต่ละปี จะมีการมอบรางวัลทั้งหมด 10 รางวัล ให้กับงานวิจัยในสาขาต่างๆ ซึ่งในปีนี้ (มอบไปเมื่อ 4 ต.ค.) ก็เช่นกัน สำหรับรางวัลที่โดดเด่นโดนๆ ก็มีเช่น ‘Gay Bomb’ ในสาขาสันติภาพ ซึ่งเป็นการทดลองของ กองทัพอากาศสหรัฐฯ เกี่ยวกับอาวุธเคมีที่จะทำให้ ทหารฝ่ายตรงข้าม กลายเป็นพวกรักร่วมเพศ, สาขาการแพทย์ มอบให้กับงานวิจัยเรื่อง ‘ผลกระทบจากการกลืนดาบ’ และในสาขาเคมีที่มอบให้กับ นักวิจัยสาวชาวญี่ปุ่น จากการที่เธอคิดค้นวิธี สกัดกลิ่นและรสวะนิลลาจากมูลวัว ได้สำเร็จ

รายชื่อผู้ได้รับรางวัลทั้งหมด คลิกดูได้จากลิ้งค์ด้านล่าง
อ่านเพิ่มเติม
1. เรียบเรียงจาก: ‘Gay bomb’ scoops Ig Nobel award และ Ig Nobel Prize
2. วิจัยขบขำจากนั้นขบคิด กับ “อิกโนเบล” 2007 (ผู้จัดการออนไลน์)
3. The Ig Nobel Prizes
Share This:
These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
October 1st, 2007
นักร้องสาวคนดังชาวโคลัมเบีย ประกาศ (เมื่อวันที่ 27 ก.ย.) ว่าจะบริจาคเงินจำนวน 40 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้แก่ Latin America for Solidarity Foundation องค์กรการกุศล ที่เธอเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง โดยเงินดังกล่าว จะนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน จากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเปรู และผู้ที่ถูกพายุเฮอริเคนเล่นงาน ในประเทศนิการากัว
นอกจากนี้ เธอยังได้มอบเงินอีก 5 ล้านเหรียญฯ เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศยากจนอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม
1. Shakira announces $45 million donation to charity
2. Bill Clinton Joins Bono, Shakira in NYC
3. Shakira, Official site
Share This:
These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
September 30th, 2007
ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นมีนมชนิดใหม่ ซึ่งถือเป็นเครื่องดื่มระดับซูเปอร์-พรีเมี่ยม ออกมาสู่ตลาดเรียบร้อยแล้ว โดยจุดขายของนมชนิดนี้ก็คือ เมื่อดื่มแล้ว มันจะออกฤทธิ์สลายความเครียดได้เป็นอย่างดี ฟังดูสรรพคุณแล้วก็เข้าท่าอยู่ แต่ดูราคาเสียก่อนแล้วจะหนาว เพราะมันขายที่ 5 พันเยน หรือราว 1,500 บาท ต่อหนึ่งขวด (ความจุ 900 มิลลิลิตร) ซึ่งนับว่า แพงกว่านมที่วางขายทั่วไปถึง 30 เท่า

ทำไมถึงแพงระยับขนาดนี้น่ะเหรอ? ทาง Nakazawa Foods บริษัทผู้ผลิตบอกว่า น้ำนมที่นำมาผลิตนี้ รีดมาเพียงอาทิตย์ละครั้ง จากวัวที่ได้รับการพักผ่อนหย่อนใจเต็มที่ โดยการรีดน้ำนมจะทำในช่วงเช้าตรู่ ซึ่งเป็นช่วงที่นมวัวมีฮอร์โมน ที่ช่วยในการปลดปล่อยความเครียด ที่ชื่อ เมลาโทนิน (Melatonin) มากที่สุด โดยทางผู้ผลิตอ้างว่า น้ำนมที่ได้ในช่วงนี้ จะมีเมลาโทนินมากกว่านมทั่วไป สามถึงสี่เท่าเลยทีเดียว
อ่านเพิ่มเติม
1. Japanese can now buy stress-relief milk
Share This:
These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
September 29th, 2007
มันก็ดูเป็นลูกโป่งธรรมดาๆนั่นแหละ ตอนที่หนูน้อย อลิซ เมนส์ (Alice Maines) วัย 4 ขวบ ปล่อยออกจากมือเล็กๆของเธอไป เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา และมันก็ดูเป็นลูกโป่งธรรมดาๆเช่นกัน ในสายตาของหนุ่มวัย 26 อย่างนายซี หยูเฟย (Xie Yufei ขออภัยด้วยนะครับ ถ้าสะกดผิด) เมื่อตอนที่เขาพบลูกโป่งแฟบๆใบหนึ่ง ตกอยู่กับพื้นในสวนสาธารณะ ที่เขากำลังบาสเกตบอลอยู่กับเพื่อนๆ

ความน่าทึ่งของลูกโป่งที่ดูธรรมดาๆนี้อยู่ที่ หนูอลิซปล่อยลูกโป่งจากโรงเรียนของเธอ ในเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ แล้วนายซีพบลูกโป่งใบเดียวกันนั้นที่ เมืองกวางโจว (Guangzhou) ประเทศจีน ซึ่งนับระยะทางแล้วก็ห่างกันร่วม 6 พันไมล์เลยทีเดียว

เมื่อนายซีรู้ว่าลูกโป่งนี้ลอยข้ามฟ้ามาจากไหน เขาก็จัดการเขียนจดหมายไปถึงโรงเรียนของหนูอลิซทันที- - “ผมเก็บลูกโป่งใบนี้ได้ ขณะเล่นอยู่กับเพื่อนๆ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ผมอยู่ที่ประเทศจีนครับ ผมคิดว่าลูกโป่งใบนี้ เดินทางมาไกลทีเดียว.. รูปทางซ้ายนี้คือผมเองครับ ผมดีใจมากจริงๆ ที่เก็บมันได้”

สงสัยไหมว่า ทำไมนายซีถึงรู้ว่าลูกโป่งนี้ลอยมาจากไหน? เรื่องของเรื่องก็คือ หนูอลิซไปร่วมงานฉลองปิดเทอมหน้าร้อน ของโรงเรียนอนุบาลฟลิกซ์ตัน แล้วเธอก็ได้ซื้อลูกโป่งใบหนึ่ง ในราคา 1 ปอนด์ เพื่อนำไปปล่อยร่วมกับเด็กคนอื่นๆ โดยลูกโป่งแต่ละใบ จะมีหมายเลขติดอยู่ พร้อมกับข้อความที่บอกว่า หากใครเก็บลูกโป่งนี้ได้ จะได้รับรางวัลเป็นตั๋วเข้าชมสวนสัตว์ เมื่อนายซีเก็บลูกโป่งหมายเลข 90 ของหนูอลิซได้ เขาก็เลยเขียนจดหมายดังกล่าว
แต่ด้วยความที่ลูกโป่งไปตกไกลเกินคาด (ลูกโป่งกว่าร้อยใบที่ปล่อยในวันนั้น ถูกพบไกลสุดที่เมืองลิเวอร์พูล) นายซีก็เลยไม่ได้รับตั๋วเข้าชมสวนสัตว์ หากแต่ได้รับ จดหมายกับรูปวาดมากมาย จากบรรดาเด็กนักเรียน ของโรงเรียนอนุบาลฟลิกซ์ตัน เป็นการตอบแทน
อ่านเพิ่มเติม
1. I just let go of my balloon.. and found a friend in China
Share This:
These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
September 28th, 2007
ทุกๆวัน เพนกวิน สายพันธุ์แอฟริกัน (African Penguin) กว่า 80 ตัว จะต้องเดินข้ามถนน จากฝั่งชายหาด ไปยังบริเวณที่เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ Coastal ประเทศอังกฤษ เตรียมอาหารเอาไว้ให้ แต่ด้วยความที่มีจำนวนมาก พวกมันก็เลยดูระเกะระกะเต็มถนนไปหมด ทางเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ก็เลยเกิดไอเดีย ทางม้าลายสำหรับเพนกวินนี้ขึ้นมา ซึ่งก็ได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี จากทางสภาเมืองทอร์คีย์

คุณโทนี่ เดอกิ้น เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ระดับอาวุโส บอกว่า “พวกเราที่นี่เชื่อว่า นี่คือทางม้าลายสำหรับให้เพนกวินข้ามแห่งแรกของโลกเลยล่ะครับ”

ตอนนี้พวกเพนกวินกำลังเรียนรู้ว่า ไอ้เส้นขาวดำนี้คือเส้นทางที่พวกมันควรจะเดิน ส่วนนักท่องเที่ยวก็สามารถรู้ได้ว่า พวกเขาจะเจอเพนกวินข้ามถนนได้ที่ตรงไหน
ข้อมูลเพิ่มเติม
1. The world’s first zebra crossing for penguins
2. African Penguin
3. Torquay’s Coastal Zoo, Living Coasts
Share This:
These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
September 27th, 2007
หลังเห็นเงาของปลาประหลาดลางๆอยู่ใต้ผิวน้ำ แทนที่จะเหวี่ยงแห หรือพุ่งฉมวกใส่ ชาวประมงชาวญี่ปุ่น กลับไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่จาก Awashima Marine Park ทราบ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็มาจับเจ้าปลาที่ว่าไป ปรากฏว่ามันคือ ปลาฉลามสายพันธุ์โบราณ (Chlamydoselachus anguineus) ที่ปกติจะหากินอยู่ในน้ำลึกระดับ 600-1,000 เมตร ซึ่งมีโอกาสน้อยมากที่มนุษย์จะได้เห็นตัวเป็นๆของมันทางเจ้าหน้าที่ของสวนน้ำเอวาชิม่า สันนิษฐานว่า เจ้าปลาตัวที่จับได้นี้คงกำลังป่วยอยู่ ซึ่งหลังจากถูกจับมาอยู่ที่สวนน้ำได้ไม่กี่ชั่วโมง เจ้าปลาฉลามโบราณ (ตามข่าวบอกว่าเป็นตัวเมีย) ที่มีความยาว 1.6 เมตร และมีฉายาว่า ฟอซซิลมีชีวิต (LIVING FOSSIL) นี้ ก็ตายลง

อ่านเพิ่มเติม
1. Unusual prehistoric shark beast captured in Japan (ข่าว/ภาพ)
2. Video: Rare ‘prehistoric’ shark emerges from the deep (ข่าว/คลิป)
หมายเหตุ โพสต์ครั้งแรกเมื่อ 26 มกราคม 2550
Share This:
These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
September 27th, 2007
หนึ่งในประสบการณ์น่าประทับใจ ที่เกิดขึ้นในโรงหนังเมื่อปีก่อนของผม ก็คือวันที่ได้ไปดูสารคดีเรื่อง An Inconvenient Truth ที่ลิโด้ จำได้ว่าวันนั้น มีคนอยู่ในโรงจำนวนหนึ่ง ไม่ถึงกับโหรงเหรง แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ พอเดินออกมาจากโรงหนัง ความคิดแรกของผมก็คือ อยากให้ทุกๆคน ได้ดูสารคดีเรื่องนี้จัง ซึ่งแน่นอนว่า มันเป็นไปได้ยากมากๆ แต่ว่าวันนี้ก็มีข่าวดีชิ้นหนึ่งจาก BBC News ว่า ตอนนี้ที่ประเทศสกอตแลนด์ เขามีนโยบายให้นำสารคดีเรื่องนี้ ไปฉายในโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศ เพื่อเด็กนักเรียนทุกคนจะได้ดูกัน
สำหรับคนที่ไม่รู้จักสารคดีเรื่องนี้เลย ผมขอเล่าอย่างย่อเลยละกันว่า An Inconvenient Truth เป็นสารคดีเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อน ที่ถูกสั่งสมมายาวนานหลายสิบปี และตอนนี้ มันก็ส่งผลกระทบต่อชาวโลกมากขึ้น และรุนแรงขึ้นทุกทีๆ ดารานำในเรื่องก็คือ อัล กอร์ รองประธานาธบิดีสมัย บิล คลินตัน และเป็นผู้ที่พ่ายแพ้ให้กับ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ในการการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งที่ผ่านมา ภาพที่เห็นในสารคดีเป็นการบันทึกไว้จาก การเดินสายปราศัยไปทั่วโลก ในเรื่องวิกฤตโลกร้อนของ อัล กอร์ นั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม
1. Gore film to be shown in schools
2. 10 วิธีง่ายๆ ในการลดก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์
หมายเหตุ โพสต์ครั้งแรกเมื่อ 17 มกราคม 2550
Share This:
These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.